ปกบทความเกรดสภาพมือสองญี่ปุ่น S A B C อ่านให้ออกก่อนกดสั่ง เรียงเกรดตามที่บทความอธิบาย N ของใหม่ยังไม่เคยใช้ S ใช้แล้วแต่แทบไม่เหลือร่องรอย A รอยเล็กน้อยต้องมองใกล้ถึงเห็น B เห็นรอยตั้งแต่มองผ่าน ๆ แต่ใช้งานได้ครบ C ลงไปรอยเยอะหรือมีส่วนที่ชำรุด แถบเตือนบอกว่าไม่มีมาตรฐานกลาง เกรด B ของร้านหนึ่งตรงกับ C ของอีกร้านได้ เช็กลิสต์บอกว่าร้านให้เกรด ผู้ขายรายบุคคลเล่าให้ฟัง คำว่ายังไม่ได้ใช้มีหลายระดับ และขายตามสภาพไม่รับประกันอะไรเลย ท้ายภาพบอกว่าเกรดบอกแค่สภาพ ไม่ได้บอกว่าของแท้
ข้อควรรู้ก่อนสั่งอ่าน 4 นาที

เกรดสภาพสินค้ามือสองญี่ปุ่น S A B C อ่านให้ออกก่อนกดสั่ง

ตัวอักษรบอกสภาพไม่มีมาตรฐานกลาง เกรด B ของร้านหนึ่งตรงกับ C ของอีกร้านได้สบาย ๆ อ่านให้ออกว่าบรรทัดไหนคือคำรับรองของร้าน บรรทัดไหนคือความเห็นของคนขาย

ของมือสองมีชิ้นเดียว จับของจริงไม่ได้ ส่งคืนไม่ได้ และคนที่เคยเห็นของจริงมีคนเดียวคือผู้ขาย ที่เหลือคือตัวหนังสือกับรูปในหน้าสินค้า

ตลาดญี่ปุ่นจึงมีระบบเกรดไว้ให้อ่านเร็ว แต่ก่อนเชื่อตัวอักษร ต้องรู้ว่าใครเป็นคนให้เกรด

ตัวอักษร S A B C บอกอะไร และเทียบข้ามร้านไม่ได้ตรงไหน

ร้านมือสองรายใหญ่ในญี่ปุ่นเกือบทุกเครือมีสเกลตัวอักษรของตัวเอง เรียงจากบนลงล่างประมาณนี้

  • N ของใหม่ ยังไม่เคยถูกใช้
  • S ใช้แล้วแต่แทบไม่เหลือร่องรอย
  • A มีรอยเล็กน้อย ต้องมองใกล้ถึงเห็น
  • B เห็นรอยตั้งแต่มองผ่าน ๆ แต่ใช้งานได้ครบ
  • C ลงไป รอยเยอะ หรือมีส่วนที่ชำรุด

แต่ไม่มีหน่วยงานกลางกำหนดว่าตัวไหนแปลว่าอะไร แต่ละเครือเขียนสเกลของตัวเองขึ้นมา เกรด B ของร้านหนึ่งจึงตรงกับ C ของอีกร้านได้ ตัวอักษรจึงเป็นทางลัดสำหรับอ่านของร้านนั้นร้านเดียว ไม่ใช่คะแนนที่เอาไปเทียบข้ามผู้ขาย

เกรดพูดเรื่องสภาพอย่างเดียว ไม่ได้พูดว่าของแท้หรือเปล่า นั่นคนละคำถาม และบางหมวดมีบริการส่งตรวจก่อนของออกจากญี่ปุ่นแยกไว้ต่างหาก

ร้านให้เกรด ผู้ขายรายบุคคลเล่าให้ฟัง

ร้านตรวจของตามใบเช็กชุดเดียวกันทุกชิ้น และต้องรับผิดชอบถ้าเขียนไม่ตรง ตำหนิที่เจอจึงถูกจดไว้แม้เป็นรอยเล็ก ๆ ส่วนผู้ขายรายบุคคลเขียนเท่าที่ตัวเองสังเกตเห็น คำว่าสภาพดีจากคนที่ใช้มาสามปี กับจากร้านที่เพิ่งเช็ดทำความสะอาดเสร็จ ไม่ใช่ความหมายเดียวกัน

ที่พลาดกันบ่อยที่สุดคือการอ่านความเงียบ ผู้ขายรายบุคคลไม่เขียนถึงรอยที่ก้นกระเป๋า ไม่ได้แปลว่าไม่มีรอย แปลว่าเขาไม่ได้พลิกดู ส่วนร้านที่ไม่เขียน แปลว่าตรวจแล้วไม่เจอ

คำว่ายังไม่ได้ใช้ มีอยู่หลายระดับ

ผู้ขายญี่ปุ่นแยกของที่ยังไม่ได้ใช้ละเอียดกว่าที่คนไทยคุ้น และราคาต่างกันตามนั้น

  • ยังไม่แกะซีล ไม่มีใครเปิดดูข้างในเลย รวมถึงผู้ขายเอง
  • แกะกล่องแล้วแต่ยังไม่ได้ใช้ เปิดดู ลองประกอบ แล้วเก็บเข้ากล่อง
  • ใช้มาแล้วครั้งเดียว เช่น ใส่ออกนอกบ้าน หรือเสียบปลั๊กดูว่าทำงานไหม

คนที่อ่านรวบสามอย่างนี้เป็นของใหม่เหมือนกันหมด คือคนที่จ่ายแพงเกินอยู่เรื่อย ๆ ในสายของสะสม แค่แกะซีลราคาก็ลงแล้ว ถ้าเขียนแค่ว่ายังไม่ได้ใช้ แล้วในรูปไม่มีกล่องสักรูป ให้ถามก่อนว่ากล่องยังอยู่ไหม

ของที่ระบุว่าขายตามสภาพ ผู้ขายไม่รับประกันอะไรเลย

อีกกลุ่มคือของที่ผู้ขายระบุไว้ว่าขายตามสภาพ เขาบอกล่วงหน้าว่าไม่รับประกันการใช้งานและไม่รับคืน ราคาต่ำลงมากเพราะเขาโอนความเสี่ยงทั้งก้อนให้คนซื้อ

กลุ่มนี้คุ้มเมื่อซ่อมเองได้ หรือตั้งใจซื้อไปถอดชิ้นส่วน ถ้าซื้อไปใช้ตรง ๆ แล้วของไม่ทำงาน ก็ไม่ได้ซื้อผิดชิ้น แต่ได้ของตามที่เขาเขียนบอกไว้ตั้งแต่แรก คนที่ตามหาชิ้นส่วนรถจากญี่ปุ่นซื้อของกลุ่มนี้เป็นเรื่องปกติ

รูปในหน้าสินค้า ดูให้ครบก่อนกดสั่ง

เริ่มจากนับรูป ของที่ผู้ขายตั้งใจขายจริงมักมาหลายมุม ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ก้น และรูปใกล้ของตำหนิ ถ้าตัวหนังสือบอกว่ามีรอยที่ขอบซ้าย แล้วไม่มีรูปไหนเห็นขอบซ้าย แปลว่ายังไม่เห็นสิ่งที่เขาเตือน กลับกัน คนที่ซูมถ่ายรอยนั้นมาให้ดู เชื่อได้มากกว่าคนที่เขียนว่าสภาพสวยมากแล้วลงรูปเดียว

ทางที่ง่ายที่สุดคือขอรูปเพิ่ม กดไอคอนเครื่องหมายคำถามข้างหัวข้อ “สภาพสินค้า” จะมีข้อความบอกไว้อยู่แล้วว่าถ้าอยากดูรูปมุมอื่น ให้แจ้งแอดมินทางไลน์ แล้วแอดมินจะถามผู้ขายให้ ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่แทบไม่มีใครใช้

ถามให้จบก่อนกดยืนยันคำสั่งซื้อ เพราะหลังจากนั้นย้อนกลับไม่ได้ ลำดับหน้าจอทั้งหมดอยู่ในคู่มือสั่งซื้อทีละหน้าจอ

คำถามที่พบบ่อย

ของที่ผ่านมือร้านรับซื้อดูแลมาดีกว่าจริง เพราะร้านทำความสะอาดและตรวจก่อนวางขาย แต่เกรดของแต่ละร้านยังเทียบข้ามกันไม่ได้ ส่วนผู้ขายรายบุคคลที่นั่นก็เขียนตามที่ตัวเองเห็น

อ่านต่อ

คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง

  • เกรดสภาพสินค้ามือสองญี่ปุ่น
  • ดูสภาพสินค้ามือสองญี่ปุ่น
  • เกรดสินค้ามือสองญี่ปุ่น

พร้อมอ่านหน้าสินค้าเองแล้วหรือยัง

ค้นของมือสองจากญี่ปุ่นแล้วอ่านบรรทัดสภาพเองได้เลย หรือทักไลน์ถามแอดมิน