ปกบทความเครื่องเสียงมือสองญี่ปุ่น ซื้อยังไงไม่ให้พังตอนเสียบไฟ การ์ดแรกบอกว่าไฟบ้านไม่เท่ากัน ญี่ปุ่น 100V ไทย 220V ปลั๊กเสียบได้พอดี แต่เสียบเมื่อไหร่ไฟเกินเท่าตัวทันที การ์ดที่สองบอกอาการตามอายุ ตัวเก็บประจุแห้งทำให้เสียงฮัมหรือกำลังตก เปลี่ยนอะไหล่ทั่วไปได้ การ์ดที่สามบอกว่าขอบโฟมลำโพงไปก่อนเสมอ เป็นขุยหรือแหว่งเมื่อไหร่ต้องเปลี่ยนขอบใหม่ ด้านล่างเป็นรายการเช็กก่อนกดสั่ง เตรียมหม้อแปลงลด 220V เหลือ 100V ดูกำลังไฟบนป้ายหลังเครื่อง และดูว่าผู้ขายต่อลำโพงลองแล้วหรือยัง ท้ายภาพบอกว่าเกรดจังก์คือของสำหรับซ่อม ไม่ใช่ซื้อมาเสียบฟัง
ข้อควรรู้ก่อนสั่งอ่าน 4 นาที

เครื่องเสียงมือสองญี่ปุ่น ซื้อยังไงไม่ให้พังตอนเสียบไฟ

ญี่ปุ่นคือที่ที่เครื่องเสียงยุคทองถูกผลิตออกมาและยังเหลืออยู่มากที่สุด แต่ของพวกนี้ทำมากับไฟ 100V ส่วนบ้านเราจ่ายไฟ 220V เรื่องนี้ต้องเตรียมก่อนกดสั่ง

แอมป์ตัวที่ตามหามาหลายปีโผล่ในหน้าค้นหา ราคาก็ไม่ไกลเกินเอื้อม ของยุคนั้นยังหาได้ไม่ยากที่ญี่ปุ่น

สองเรื่องที่ทำให้เสียใจทีหลังคือไฟบ้านที่ไม่เท่ากัน กับอาการตามอายุที่ผู้ขายเองก็ตอบให้ไม่ได้

ทำไมของยุคทองส่วนใหญ่ยังอยู่ในญี่ปุ่น

ยุคที่เครื่องเสียงบ้านเป็นสินค้าเรือธง โรงงานญี่ปุ่นออกแอมป์ รีซีฟเวอร์ เครื่องเล่นแผ่นเสียง และลำโพงปีละหลายรุ่น ชื่ออย่าง Sansui, Luxman, Pioneer, Denon, Kenwood และ Technics ขายในประเทศเป็นหลัก หลายรุ่นไม่เคยออกนอกญี่ปุ่นเลย

บ้านญี่ปุ่นไม่ร้อนและไม่ชื้นเท่าบ้านเรา หลายเครื่องจึงยังมีกล่องกับคู่มือเดิมครบ ข้อเสียคือของพวกนี้ไม่เคยถูกออกแบบให้ออกนอกประเทศ ทั้งเรื่องไฟและน้ำหนัก

ไฟ 100V กับปลั๊กบ้านเรา ต้องเตรียมก่อนกดสั่ง

เครื่องที่ขายในญี่ปุ่นออกแบบมากับไฟ 100V ส่วนไฟบ้านไทยคือ 220V ที่ทำให้คนพลาดคือปลั๊กสองขาแบนของญี่ปุ่นเสียบรูปปลั๊กบ้านเราได้พอดี เสียบเมื่อไหร่เครื่องรับไฟเกินเท่าตัวทันที ภาคจ่ายไฟพังก่อนจะได้กดปุ่มอะไร

ทางแก้คือหม้อแปลงลดแรงดันจาก 220V เหลือ 100V คั่นระหว่างปลั๊กกับตัวเครื่อง วิธีเลือกขนาดหม้อแปลงให้พอกับเครื่อง และการนับรวมเมื่อเสียบทั้งชุดเข้าตัวเดียว อยู่ในคู่มือใช้เครื่องญี่ปุ่นกับไฟบ้านไทย

ตัวเลขกำลังไฟอยู่บนป้ายหลังเครื่อง ถ้าในรูปไม่มี ทักแอดมินทางไลน์ ให้ช่วยถามก่อนกดสั่งได้

อาการที่มากับอายุ กับสิ่งที่ผู้ขายยืนยันได้จริง

เครื่องอายุสี่สิบปีไม่มีทางเหมือนของใหม่ อาการที่เจอซ้ำ ๆ มีไม่กี่อย่าง

  • ตัวเก็บประจุแห้งตามเวลา ผลคือเสียงฮัมหรือกำลังตก เปลี่ยนได้ด้วยอะไหล่ทั่วไป
  • สวิตช์และปุ่มวอลุ่มมีเสียงแกร็กเวลาหมุน มาจากคราบออกไซด์ที่หน้าสัมผัส
  • หลอดไฟหน้าปัดขาด หน้าปัดมืดแต่เครื่องยังทำงานครบ
  • สายพานเครื่องเล่นแผ่นเสียงยืด หรือละลายเป็นยางเหนียวติดจานหมุน

ผู้ขายที่เสียบไฟดูเฉย ๆ จะเขียนแค่ว่าไฟเข้าและหน้าปัดติด แปลว่ายังไม่รู้ว่ามีเสียงออกไหม คนที่ต่อลำโพงลองแล้วถึงบอกได้ว่าเสียงออกครบสองข้าง ส่วนเครื่องจะทนไปอีกนานแค่ไหน ไม่มีใครบอกได้

ของที่เขียนว่าขายตามสภาพหรือเกรดจังก์ คือของสำหรับซ่อม ไม่ใช่ของที่ซื้อมาเสียบฟัง วิธีอ่านคำบอกสภาพอยู่ในบทความเรื่องการอ่านสภาพของมือสอง

ลำโพงมีรายการของเสียเป็นของตัวเอง

ขอบโฟมรอบกรวยลำโพงไปก่อนเสมอ ในรูปคือวงสีดำรอบกรวย ถ้าเริ่มเป็นขุยหรือแหว่ง แปลว่าต้องเปลี่ยนขอบใหม่ ช่างในไทยรับเปลี่ยนให้ได้ แต่ควรบวกค่าใช้จ่ายก้อนนี้ไว้ตั้งแต่ตัดสินใจ

ถ้าขอบสองข้างในรูปสีไม่เหมือนกัน แปลว่าเคยเปลี่ยนดอกหรือขอบมาข้างเดียว

ตู้ไม้เป็นจุดที่รูปหลอกตาได้มากที่สุด ตู้ที่เคยอยู่ในที่ชื้นจะบวมตรงมุมล่างและวีเนียร์ล่อน ถ่ายจากด้านหน้าไม่มีทางเห็น ขอรูปมุมล่างเพิ่มก่อนกดสั่งได้

ของหนักและกล่องใหญ่ ค่าขนส่งคิดคนละแบบ

แอมป์และรีซีฟเวอร์ยุคนั้นข้างในเป็นหม้อแปลงกับโลหะตัน หนักกว่าที่รูปทำให้คิดมาก ส่วนลำโพงเบากว่าแต่กินพื้นที่ ค่าขนส่งกลับไทยคิดตามน้ำหนักที่ชั่งได้จริงหลังแพ็ก ลำโพงตู้ใหญ่จึงไม่ได้แพงตามขนาดกล่องอย่างที่หลายคนคิด เทียบทางเรือกับทางอากาศได้ที่หน้าบริการขนส่ง

เครื่องหนักที่วางหลวมในกล่องจะเหวี่ยงชนผนังกล่อง ปุ่มหน้าปัดกับขั้วต่อหลังเครื่องคือจุดที่หักก่อน ผู้ขายที่ยังเก็บกล่องเดิมกับโฟมไว้จึงได้เปรียบ ลำโพงคู่หนึ่งควรแยกกล่องละข้าง ขั้นตอนสั่งซื้ออยู่ในคู่มือสั่งซื้อจาก Mercari

คำถามที่พบบ่อย

ไม่คุ้ม หม้อแปลงเป็นก้อนเหล็กหนัก ค่าขนส่งของมันเองกินส่วนต่างหมด และในไทยหาซื้อได้ตามร้านไฟฟ้าทั่วไป สั่งเฉพาะตัวเครื่อง แล้วซื้อหม้อแปลงที่นี่ตามกำลังไฟบนป้ายหลังเครื่อง

อ่านต่อ

คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง

  • เครื่องเสียงมือสองญี่ปุ่น
  • แอมป์วินเทจญี่ปุ่น
  • ลำโพงมือสองญี่ปุ่น

อยากได้เครื่องเสียงญี่ปุ่นสักชุด เริ่มที่นี่

ค้นหาแอมป์และลำโพงจากญี่ปุ่นได้เองผ่านระบบทามะจัง หรือทักไลน์ถามแอดมิน