
กีตาร์มือสองญี่ปุ่น เลือกรุ่นไหน ดูรายละเอียดยังไง
ญี่ปุ่นมีกีตาร์มือสองให้เลือกเยอะและเก็บกันมาดี จะคุ้มค่าสั่งข้ามประเทศหรือเปล่า อยู่ที่เลือกรุ่นให้ถูก อ่านเกรดสภาพให้ออก และรู้ว่ามีงานอะไรรออยู่หลังกีตาร์ถึงมือ
คนเล่นกีตาร์ที่ตามหาของมือสองมานาน สุดท้ายมักมาจบที่ของจากญี่ปุ่น เพราะบางรุ่นทำขายในญี่ปุ่นเท่านั้นตั้งแต่แรก
สภาพคอ ความสึกของฟิงเกอร์บอร์ด และวงจรไฟฟ้า แทบไม่ขึ้นในรูป ที่พอจะบอกได้คือคำที่ผู้ขายเขียนกำกับไว้ ซึ่งร้านญี่ปุ่นเขียนละเอียดกว่าที่หลายคนคาด
ราคาที่เห็นเป็นค่าตัวกีตาร์อย่างเดียว ค่าบริการและค่าขนส่งกลับไทยคิดแยก ดูได้ที่ตารางค่าบริการ
ทำไมของมือสองจากญี่ปุ่นถึงสภาพดีกว่าที่อื่น
อย่างแรกคือปริมาณ ญี่ปุ่นมีคนเล่นเยอะและมีร้านมือสองเครือใหญ่ที่รับซื้อขายทุกวัน รุ่นเดียวกันจึงมักมีให้เทียบพร้อมกันหลายตัว
อย่างที่สองคือวิธีเก็บ กีตาร์ส่วนมากอยู่ในเคส ในห้องที่ไม่ร้อน ตัวที่ถูกพิงผนังทิ้งไว้เป็นปี ๆ เจอน้อย
ของที่เจ้าของลงขายเองเป็นอีกแบบ ราคามักดีกว่าร้าน แต่รายละเอียดขึ้นกับว่าคนขายรู้เรื่องกีตาร์แค่ไหน
รุ่นที่ขายเฉพาะในญี่ปุ่น และป้าย MIJ กับ CIJ
ที่ควรตามหาคือรุ่นที่ไม่เคยวางขายในไทย
- Tokai, Greco และ Fernandes หรือ Burny ทำกีตาร์ทรงคลาสสิกช่วงยุค 70-80 ที่งานไม้และงานประกอบสูสีตัวต้นแบบ หลายตัวไม่เคยส่งออก
- Edwards กับ Navigator ของ ESP เป็นซีรีส์ที่ขายในญี่ปุ่นเป็นหลัก คนละตัวกับ ESP ที่เห็นในร้านไทย
- FGN หรือ Fujigen คือโรงงานที่เคยผลิตให้แบรนด์ดังหลายเจ้า ก่อนจะติดชื่อตัวเอง
- Yamaha SG และ Ibanez j.custom เป็นซีรีส์ตัวท็อปที่ทำในญี่ปุ่น สเปกไม่เหมือนรุ่นที่ทำขายทั่วโลก
ส่วน Fender ที่ผลิตในญี่ปุ่น ให้ดูสองอย่าง หนึ่งคือตัวหนังสือบนหัวกีตาร์หรือบนแผ่นเหล็กยึดคอ แล้วแต่ปี ว่าเขียน Made in Japan หรือ Crafted in Japan สองคือซีเรียลที่ตามมา ตัวอักษรนำหน้าบอกช่วงที่ผลิต และเป็นเหตุผลที่กีตาร์สองตัวหน้าตาเหมือนกันราคาห่างกันมาก ถ้าไม่มีรูปซีเรียล ให้ขอก่อนกดสั่ง
อ่านเกรดสภาพและสิ่งที่ผู้ขายเขียนกำกับไว้
ร้านมือสองให้เกรดสภาพเป็นตัวอักษร ไล่จาก S ที่เกือบเท่าของใหม่ ลงมาเป็น A B C แต่เกรด B ของร้านหนึ่งไม่เท่ากับ B ของอีกร้าน ให้ใช้ตัวอักษรคัดชั้นแรก แล้วอ่านคำบรรยายกับดูรูปเป็นตัวตัดสิน
สิ่งที่เจอบ่อยและมีผลกับราคา
- ขายตามสภาพ ไม่รับประกันว่าใช้งานได้ บางตัวแค่แจ็คหลวม บางตัวคอบิดจนแก้ไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องบอกว่าเสียตรงไหน ค่าขนส่งกลับไทยเท่ากับตัวสภาพดี ถูกกว่าจึงไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่า
- คอโก่ง ร้านที่เขียนละเอียดจะแยกว่าโก่งขึ้นหรือแอ่นกลับ
- เนื้อเฟรตที่เหลือ บอกเป็นเปอร์เซ็นต์เทียบกับของใหม่
- เสียงซ่าตอนหมุนโวลุ่มหรือโทน แก้ไม่แพง แต่บอกว่ากีตาร์ถูกวางทิ้งไว้นาน
- ของที่ถูกดัดแปลง ส่วนใหญ่เป็นปิ๊กอัพหรือลูกบิด ราคาจึงต่ำลงแม้ของที่ใส่มาจะดีกว่าเดิม
สุดท้ายคือเคส หน้าสินค้าจะระบุว่าแถมฮาร์ดเคสหรือเป็นกระเป๋าผ้า ถ้าไม่มีเคสจะไม่เขียนอะไรเลย ควรคิดเรื่องเคสตั้งแต่ตอนเลือกตัว
ถึงมือแล้วต้องทำอะไรต่อ และเผื่ออะไรไว้บ้าง
กีตาร์ที่ออกจากบ้านคนญี่ปุ่นเคยชินกับอากาศแห้งกว่าบ้านเรามาก พอเจอความชื้นไทย ไม้จะอมความชื้นใหม่ คอขยับ ระยะสายเปลี่ยน เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ของมีตำหนิ
แกะกล่องแล้วปล่อยไว้ในเคสที่อุณหภูมิห้องสักหนึ่งถึงสองวัน แล้วค่อยดูคอ ตั้งทรัสรอด ปรับแอ็กชัน แล้วตั้งอินโทเนชัน
ข้อที่ควรถามตั้งแต่ยังไม่กดสั่งคือทรัสรอดยังหมุนได้ทั้งสองทางไหม กีตาร์เก่าบางตัวถูกขันจนสุดเกลียวแล้ว ผู้ขายแทบไม่เขียนข้อนี้เอง
ตัวที่อายุหลายสิบปี ให้เผื่อค่าเปลี่ยนแจ็ค พอต หรือสายในไว้ด้วย ของพวกนี้เสื่อมตามเวลาของมันเอง
กีตาร์พร้อมเคสเป็นกล่องยาว ค่าขนส่งจึงคิดตามปริมาตรกล่องหลังแพ็กด้วย ไม่ใช่น้ำหนักอย่างเดียว ดูวิธีคิดของแต่ละแบบได้ที่หน้าบริการขนส่ง ส่วนขั้นตอนสั่งซื้อทั้งหมดอยู่ในคู่มือสั่งซื้อจาก Mercari
คำถามที่พบบ่อย
เสี่ยงกว่า ท็อปของกีตาร์โปร่งบาง โครงข้างในเป็นงานติดกาว จึงขยับตามความชื้นมากกว่าบอดี้ตัน ถ้าเป็นตัวแรกที่สั่งจากญี่ปุ่น กีตาร์ไฟฟ้าพลาดยากกว่า ส่วนกีตาร์โปร่งให้เลือกตัวที่แถมฮาร์ดเคส และอย่าวางไว้ตรงที่แอร์เป่าลงตรง ๆ
มี แต่น้อยกว่ามือขวามาก ผู้ขายจะเขียนกำกับไว้ว่าเป็นตัวมือซ้าย และมักใส่ไว้ในชื่อสินค้า ถ้าไม่ได้เขียนอะไรเลย ให้ถือว่าเป็นมือขวา
ได้ แต่เผื่อไว้สองเรื่อง ไฟบ้านญี่ปุ่นเป็น 100 โวลต์ ส่วนไทยเป็น 220 โวลต์ แอมป์ที่ทำขายในญี่ปุ่นจึงต้องใช้หม้อแปลงลดไฟที่รับกำลังไหว และแอมป์หลอดเป็นของหนักกล่องใหญ่ ซึ่งไปโผล่ที่ค่าขนส่ง
อ่านต่อ
- ส่งของจากญี่ปุ่นกลับไทย ทางเรือหรือทางอากาศเทียบสองรูปแบบขนส่ง ระยะเวลาที่ใช้ และรอบส่งกลับไทยที่เราดูแลให้
- วิธีสั่งซื้อ Mercari ตั้งแต่ค้นหา ขอลดราคา จนของถึงไทยสั่งของจาก Mercari ญี่ปุ่นได้เองที่ทามะจัง ไม่ต้องมีบัญชีญี่ปุ่น ทำตามรูปทีละขั้นได้เลย

- อะไหล่รถญี่ปุ่นมือสอง 5 หมวด ราคาจริงและกับดักที่ต้องรู้ราคาเยนจากรายการจริงของอะไหล่มือสอง 5 หมวดที่คนไทยสั่งบ่อย พร้อมจุดที่ทำให้สั่งผิดชิ้น อย่างหลอดไฟหน้าคู่ละ 1,250-3,280 เยน (ราว 690 บาท) กับไฟหน้าทั้งชุดคู่ละ 10,500-35,000 เยน (ราว 7,400 บาท) ที่ขึ้นปนกันในผลค้นหาเดียวกัน

- 5 ชนิดสินค้าญี่ปุ่นยอดนิยม ที่คนไทยนิยมสั่งซื้อและนำเข้ามากที่สุดรวมสินค้าญี่ปุ่นยอดนิยมที่คนไทยสั่งซื้อผ่าน Mercari และ Yahoo Auction มากที่สุด ตั้งแต่ฟิกเกอร์ การ์ดสะสม ไปจนถึงอะไหล่รถยนต์ ไม้กอล์ฟ และเสื้อผ้ามือสอง พร้อมวิธีเริ่มต้นสั่งซื้อด้วยตัวเอง

คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง
- กีตาร์มือสองญี่ปุ่น
- กีต้าร์มือสองญี่ปุ่น
- กีตาร์ญี่ปุ่นมือสอง
อยากได้กีตาร์ตัวที่ตามหาจากญี่ปุ่น เริ่มที่นี่
สมัครแล้วค้นหากีตาร์จากญี่ปุ่นได้เองผ่านระบบทามะจัง หรือทักไลน์ถามแอดมิน